Iwami Ginzan no Yado Yuzuriha

Ryokan Yuzuriha - Shimane

แนะนำภายในตัวอาคาร

เชิญท่านพักผ่อนในบรรยากาศผ่อนคลายเรียบง่าย ที่จะโอบล้อมท่านไปด้วยความอบอุ่นของไม้ ภายในตัวอาคารที่ใช้เฟอนิเจอร์ซึ่งทำมาจากไม้ฮิดังฮิโนกิ

ห้องพัก

ชั้นหนึ่ง มีห้องซุยเซน, ทซึบากิ, อะจิไซ ที่ประกอบไปด้วยเตียงคู่, ห้องน้ำ, ห้องอาบน้ำ และโต๊ะสำหรับพักผ่อนทุกห้อง และยังมีห้องอุเมะ กับห้องซากุระที่มีขนาดใหญ่กว่า เพื่อรับรองแขกที่มาพักอย่างทั่วถึง ชั้นสอง มีห้องฟูจิ ซึ่งเป็นห้องญี่ปุ่นใหญ่ขนาด 8 เสื่อ เชื่อมกับห้องแบบตะวันตกกว้างขวาง สำหรับรับรองแขกที่มาพักจำนวนหลายท่าน ข้อควรระวัง : ไม่มีลิฟท์ขึ้นชั้นสอง และพื้นไม่ได้ราบเสมอกันสำหรับรถเข็น

ฟรอนท์

ตัวอาคารในอดีต เคยเป็นบ้านตระกูลนักรบเก่าซึ่งแวดล้อมไปด้วยบรรยากาศอบอุ่นของห้องไม้ญี่ปุ่น แผนกรับรองแขกส่วนหน้าจะอยู่ทางด้านขวามือ หลังจากก้าวผ่านรั้วดินและประตูหน้าที่ทำจากไม้เข้ามาในตัวอาคาร

ห้องทานอาหาร (ส่วนกลาง)

ห้องพักผ่อนส่วนกลางจะอยู่ทางซ้ายมือหลังจากเข้ามาในตัวอาคาร ผู้เข้าพักสามารถนั่งพักผ่อนที่โต๊ะอาหารหรือโซฟาในห้องได้ตามอัธยาศัย รวมถึงเป็นห้องที่จะจัดบริการอาหารเช้าและอาหารเย็นที่ห้องนี้ อาหารเย็นเป็น 『อาหารคอร์สยูสุริฮะ』 ส่วนอาหารเช้าเป็นอาหารเช้าแบบญี่ปุ่น ※ มีบริการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงอาหารเย็น
บริการอาหาร
บริการจัดเตรียมอาหารด้วยวัตถุดิบสดใหม่ตามฤดูกาลของจังหวัดชิมาเนะ เนื่องจากเป็นการบริการที่ขึ้นอยู่กับวัตุดิบที่หาได้ในช่วงนั้น รายละเอียดจึงอาจมีการเปลี่ยนแปลงและแตกต่างจากในรูปที่เห็น นอกจากนี้ การบริการอาหารของยูสุริฮะ เป็นระบบจองล่วงหน้า 100% รวมถึงรอบนอกบริเวณที่พักไม่มีร้านค้าหรือร้านอาหารให้ซื้อหาอาหารทานได้ ลูกค้าที่จะมาพักจึงควรตระเตรียมล่วงหน้า หรือจองคอร์สอาหารกับทางยูสุริฮะไว้ก่อน

ภายนอกอาคาร

ตัวอาคารที่ทำจากไม้ มอบความอบอุ่นและบรรยากาศผ่อนคลายให้กับผู้เข้าพักสมกับที่อยู่ในเขตมรดกโลก โดยรอบไม่มีร้านค้าหรือแม้แต่ร้านสะดวกซื้อ จึงถูกห่อหุ้มด้วยความเงียบสงบหลังพระอาทิตย์ตก ช่วยให้ผู้เข้าพักลืมความวุ่นวายในแต่ละวัน และผ่อนคลายตัวเองได้ทั้งร่างกายและจิตใจ ชวนให้ผู้เข้าพักลืมการดูทีวี เล่นสมาร์ทโฟนหรือเทคโนโลยีสมัยใหม่ และหันมาใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้าไปกับการอยู่กับธรรมชาติในอาณาเขตมรดกโลก

เครื่องอำนวยความสะดวก

ทางยูสุริฮะมีการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ในแต่ละห้องพัก ได้แก่

ชุดยูกาตะ、ผ้าเช็ดตัว, ผ้าเช็ดหน้า, ผ้าเช็ดมือ、หมวกอาบน้ำ、รองเท้าสลิปเปอร์、แปรงและยาสีฟัน、ที่โกนหนวด、หวี、สบู่อาบน้ำ、แชมพู、ครีมนวดผม

※มีบริการให้ยืมที่รีดกางเกงชาย (Trouser presser) และที่เซ็ทผมสำหรับผู้ชายที่ฟรอนท์
※มีบริการ wifi ในอาคาร และท่านที่ต้องการใช้บริการสาย LAN ก็สามารถแจ้งที่ฟรอนท์ได้เช่นกัน

บริการให้ยืมสิ่งของต่างๆ

มีบริการให้ยืมรถเข็น, เครื่องวัดจำนวนก้าวสำหรับวอล์คกิ้ง, ที่รีดกางเกงผู้ชายหรือชุดเซ็ทผมสำหรับผู้ชายที่ฟรอนท์

บาเรียฟรี

มีทางลาดสำหรับเข้าตัวอาคารจากประตูหน้า
มีการออกแบบห้องแสตนดาร์ดแบบตะวันตก และห้องสวีทแบบตะวันตกที่ชั้นหนึ่งให้พื้นราบเสมอกันสำหรับใช้รถเข็นได้
ผู้เข้าพักที่ต้องการใช้บริการห้องสวีทแบบญี่ปุ่นและแบบตะวันตกที่ชั้นสอง สามารถปรึกษาล่วงหน้าได้

ของใช้ในห้อง

ทางที่พักได้จัดเตรียมโทรทัศน์ขนาด 32 นิ้ว, มินิบาร์ (มีค่าใช้จ่าย), หม้อต้มน้ำ, เซ็ทน้ำชา, ตู้เย็น, เครื่องฉีดน้ำในห้องสุขา, ไดร์เป่าผม, เครื่องชั่งน้ำหนัก และเครื่องทำความชื้นในแต่ละห้องพัก และมีบริการโทรศัพท์สาธารณะด้านนอก

และยังมีบริการ wifi ในห้องพักทุกห้อง
มีบริการเครื่องซักผ้าที่ชั้นหนึ่ง

ที่จอดรถ

มีที่จอดรถด้านข้างตัวอาคารของยูสุริฮะ สามารถนำรถมาจอดได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

สถานที่ท่องเที่ยวและสถานที่ทางประวัติศาสตร์

เหมืองโบราณ อิวามิกินซัง

เหมืองแร่โบราณแห่งนี้ได้รับการบรรจุเป็นมรดกโลกในเดือนกรกฎาคมปี 2007 เหมืองแห่งนี้ได้ขุดแร่เงินจำนวนมหาศาลในช่วง 100 ปี ระหว่างศตวรรษที่ 16 และศตวรรษที่ 17 เป็นแหล่งเงินทุนของกองทัพนักรบในช่วงสมัยเซนโกกุหลายท่าน ไม่ว่าจะเป็นตระกูลโออุจิ, ตระกูลอานาโกะ หรือตระกูลโมริ และยังเป็นแหล่งค้ำจุนเศรษฐกิจของรัฐบาลเอโดะ นอกจากนี้ยังมีการส่งออก ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการค้าขายกับประเทศต่างๆ ทั้งในกลุ่มยุโรปเช่น โปรตุเกส, สเปน, ประเทศในเอเชียโดยเฉพาะจีนกับเกาหลี ในช่วงปลายศตวรรษที่ 17 จำนวนแร่เงินที่ขุดได้จากอิวามิกินซังมีถึง 1 หมื่นคัง (ประมาณ 38 ตัน) ต่อปี ได้รับการประเมินว่าเป็นจำนวนแร่เงินประมาณถึง 1 ใน 3 ส่วนของโลกที่ผลิตได้ในช่วงนั้น แสดงให้เห็นว่าประเทศญี่ปุ่นได้เป็นกำลังสำคัญในการผลิตแร่เงินในตลาดโลกช่วงนั้น นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมทางเดินในเหมืองส่วนหนึ่ง ซึ่งเป็นเส้นทางถ้ำตามแนวนอนที่ใช้ขุดหาแร่เงินในสมัยนั้น ที่เรียกเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า `มาบุ`ได้

โอคุโบะ มาบุ (Okibo mabu)

`โอคุโบะมาบุ` เป็นเส้นทางเดินในเหมืองแถบอิวามิกินซังที่ถือว่ามีขนาดใหญ่ที่สุด ในเส้นทางนี้ สามารถที่จะพบเห็นและเปรียบเทียบหลักฐานทางประวัติศาสตร์ลักษณะการขุดแร่ที่แตกต่างกันไปในสมัยเอโดะถึงสมัยเมจิได้ ตั้งแต่การใช้แรงงานชาวบ้านธรรมดา การใช้เครื่องจักร จนถึงการใช้ดินปืนเข้ามาช่วยในการขุด ปัจจุบันมีการเปิดให้เข้าชมในลักษณะการจองทัวร์เท่านั้น

ริวเก็นจิ มาบุ (Ryuugenji Mabu)

ริวเก็นจิมาบุ เป็นหนึ่งใน `หุบเขาทั้งเจ็ดของกินซัง` อยู่ในเขตที่เรียกว่า `โทจิฮาตะดานิ` (Tochihatadani) เป็นเส้นทางเหมืองที่ขุดพบแร่เงินและทองแดง เริ่มเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมตั้งแต่ปีเฮเซย์ที่ 1 (ประมาณค.ศ.1989)


บ้านเรือนในตำบลโอโมริ

ตำบลที่เกี่ยวข้องกับความเจริญของเหมือง ได้รับเลือกให้เป็นเขตอนุรักษ์สถาปัตยกรรม ปัจจุบันนี้ก็ยังมีร่องรอยของธุรกิจหรือบทบาทต่างๆ ในสมัยนั้นหลงเหลืออยู่ ไม่ว่าจะเป็นบ้านของนักรบที่ดูแลท้องถิ่นแถบนี้, บ้านที่เคยทำการค้า, หรือวัดและศาลเจ้าที่อยู่มาตั้งแต่สมัยนั้น

โกะเฮียคุระคัง (Gohyakurakan)

`วัดระคัง` หรือ ระคังจิ เป็นวัดที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับวิญญาณบรรพบรุษและผู้ที่เสียชีวิตในเหมือง ฝั่งตรงข้ามของวัดระคัง จะเป็นถ้ำหินที่ขุดไว้สามจุดซึ่งใช้เวลาในการขุดถ้ำทั้งสามนี้ถึง 20 ปีกว่าจะแล้วเสร็จ ภายแต่ละถ้ำจะมีรูปปั้นหินที่เรียกว่า `ระคังโซ` วางอยู่ รวมทั้งหมด 501 ตัว
รูปปั้นทั้งหมดได้รับการตกแต่งด้วยสีสันสดใส แต่ละตัวแสดงสีหน้าอาการแตกต่างกันไป มีทั้งที่หัวเราะ, ร้องไห้ หรือที่แหงนมองท้องฟ้าอย่างมีความหมายลึกซึ้ง


ภูเขาซันเบ (Mt. Sanbe)

ภูเขาซันเบเป็นภูเขาที่ตั้งอยู่ประมาณตอนกลางของจังหวัดชิมาเนะ มีผู้มาเที่ยวชม ปีนเขา ปิคนิคหรือตั้งแคมป์จากทั้งนอกและในตัวจังหวัด ถือเป็นภูเขาที่มีความสำคัญกับผู้คนแถวนี้ และยังเป็นภูเขาที่ผลิตน้ำแร่ธรรมชาติในปริมาณที่มากที่สุดในแถบตอนกลางของประเทศ ทำให้แถบนี้เต็มไปด้วยบ่อน้ำแร่ธรรมชาติอย่างซันเบออนเซ็น, โคยะบาระออนเซ็น, ยุกะคาเอะออนเซ็น เป็นต้น นักท่องเที่ยวสามารถจะลงแช่บ่อน้ำร้อนแบบไปเช้าเย็นกลับในวันเดียว หรือจะพักผ่อนเพื่อเที่ยวชมบริเวณรอบๆ ด้วยก็ได้

ศูนย์ราชการเก่า (ไดคันโช)

ชื่อของ`กินซังโกะเรียว` (ชื่อท้องถิ่นหนึ่งที่ขึ้นกับรัฐบาลเอโดะโดยตรง) ยังคงหลงเหลือเอาไว้ที่ศูนย์การปกครองข้าราชการระบบเก่าที่เรียกว่า `ไดคันโช` ไดคันโชเป็นคำเรียกศูนย์ราชการที่ดูแลท้องถิ่นซึ่งขึ้นตรงกับรัฐบาลในระบบการปกครองสมัยเอโดะ โดยปัจจุบันก็ยังมีบางส่วนที่หลงเหลือมาตั้งแต่สมัยเอโดะ อย่างเช่นประตูหน้า กับประตูทางยาวที่เรียกว่า `มงนางะยะ` (Mon nagaya) ปัจจุบันไดคันโชนี้ ใช้เป็นที่เก็บเอกสารและข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับอิวามิกินซัง และเปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมได้ด้วย


บ้านคุมะไก

`บ้านคุมะไก` ที่อยู่ในตำบลโอโมรินั้น เคยเป็นบ้านตระกูลการค้าที่มั่งคั่งและยิ่งใหญ่ในสมัยหนึ่งของแถบอิวามิกินซังนี้ นอกจากจะทำธุรกิจค้าขายแร่ธาตุที่ขุดได้ในท้องถิ่นและผลิตเหล้าแล้ว ยังทำหน้าที่คอยชั่งตวง, ตรวจสอบปริมาณแร่เงินที่จะส่งเป็นภาษีให้กับไดคันโชอีกด้วย ถือเป็นตระกูลที่มีอิทธิพลยิ่งใหญ่ในแถบ `อิวามิกินซังโกะเรียว` แห่งนี้ตระกูลหนึ่ง
การตกแต่งภายในของตัวบ้านก็เป็นที่น่าสนใจอย่างมาก มีการเลือกใช้ลวดลายเมฆแนวตั้งในกรอบโค้งพองที่เรียกว่าลวดลาย `คุโมะทาเทวะขุ` (ลายสีเงินบนพื้นเหลือง) บริเวณผนังและประตูเลื่อนในห้องแบบญี่ปุ่น หน้าร้อนจะใช้ม่านไม้ไผ่หรือประตูที่ทำจากไม้สาน นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์โบราณที่ใช้งานจริงในสมัยก่อน รวมถึงเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม และข้าวของที่แสดงให้เห็นถึงการใช้ชีวิตของคนในบ้านสมัยนั้นจัดแสดงอีกด้วย

บ้านตระกูลคาวาชิมะเก่า

เป็นบ้านนักรบผู้ซึ่งเป็นข้าราชการทำงานที่ไดคันโช สร้างเมื่อตอนต้นศตวรรษที่ 19 จัดแสดงของตกแต่งในบ้านของตระกูลนักรบ หรือที่เรียกว่า `บุเขะ` ในสมัยนั้น

บ้านตระกูลวาตานาเบะ

ตั้งอยู่บริเวณปากทางเข้าในเขตเหมือง เป็นบ้านตระกูลนักรบที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นโบราณสถานของชาติ (National Historic site) ถือว่าเป็นเคสโบราณสถานที่ค่อนข้างจะแปลกจากเคสอื่นๆ ในประเทศ แต่ในปัจุบันก็มีการใช้สถานที่ทำเป็นร้านอาหารบริการนักท่องเที่ยว


วัดระคัง

เป็นวัดในนิกายชินกง ฝั่งตรงข้ามวัดเป็นถ้ำ `โกะเฮียคุระคัง` ซึ่งวางรูปปั้น 501 ตัว โดยริเริ่มจากเจ้าหน้าที่ไดคังของโอโมริในสมัยนั้นกับพวกชาวบ้านที่แกะสลักรูปปั้นหินวาง เพื่อเป็นการอุทิศส่วนกุศลให้กับวิญญาณของแรงงานที่เสียชีวิตในเหมือง

โชเก็นจิ

ทาเคมุระ ทันโกะโนะคามิ ซึ่งเป็นข้าราชการตำแหน่งบุเกียวคนที่สองของรัฐบาลโทกุกาว่าเป็นเจ้าภาพใหญ่ในการสร้างวัดนี้ จากนั้นวัดนี้ก็ถือเป็นวัดของข้าราชการในตำบลโอโมริ เช่นไดคังหรือโอโมริบุเกียว มีศาลโทโชกูซึ่งสร้างเพื่อสักการะบูชาโชกุนโทกุกาว่าทุกรุ่นที่ด้านหลัง


ศาลเจ้าสะฮิเมะยามะ

เป็นศาลเจ้าที่บูชาเทพคานะยามะฮิโกะซึ่งถือเป็นเทพเจ้าแห่งเหมืองแร่ ทางเดินด้านข้างศาลเจ้าสามารถเชื่อมไปถึงยอดเขาของเซนโนะยามะ

จุดชมวิวบนยอดเขาเซนโนะยามะ

หากว่าเดินไต่ทางเดินตรงด้านหลังของศูนย์มรดกโลกขึ้นไป จะพบกับจุดชมวิวที่อยู่บริเวณตอนกลางของพูเขาเซนโนะยามะ จากจุดชมวิวนี้ สามารถมองเห็นวิวบ้านเรือนในตำบลโอโมริ, เขตอดีตปราสาทยามาบุกิเก่า และภูเขาซันเบได้


อดีตโรงถลุงแร่ชิมิสึทานิ (Shimizudani Smelter)

เป็นโรงถลุงแร่ที่สร้างเมื่อครั้งมีการพัฒนาเหมืองอิวามิกินซังอีกครั้งในสมัยเมจิ ถ้าเดินตามทางขึ้นไป จะเจอกับสถานที่คัดแยกแร่ธาตุ, อุโมงค์ขนส่งหินแร่คุระโนะโจ (Kuranojou) และเส้นทางรถไฟโทรกโกที่ใช้ขนส่งหินแร่ในอดีต

บ้านเรือนที่ตำบลยุโนทซึ (Yunotsu)

ตำบลยุโนทซึเจริญรุ่งเรืองในสมัยนั้นจากการเป็นเมืองท่าที่ใช้ในการนำเข้าสินค้ามาสู่ตำบลโอโมริ นอกจากจะเป็นเมืองท่าแล้ว ยังเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อทางด้านกิจการบ่อน้ำแร่ ได้ขึ้นทะเบียนเป็นเขตอนุรักษ์สถาปัตยกรรมของชาติเช่นเดียวกับโอโมริ


โอคิโดมาริ (Okidomari)

เป็นท่าเรือที่ใช้จัดแร่เงินใส่เรือขนส่งในสมัยที่ตระกูลโมริปกครองแถบนี้ มีการสร้างปราสาทบนภูเขาใกล้ๆ แถบนั้นด้วย หลังจากเข้าสมัยเอโดะก็กลายเป็นเพียงแค่ท่าเรือสำหรับจับปลา ในปัจจุบันนี้ก็ยังมีหมู่บ้านที่สืบทอดกิจการจับปลาในแถบนั้นหลงเหลือให้เห็นอยู่

เส้นทางโอคิโดมาริของยุโนทซึ

เป็นเส้นทางสามสายเชื่อมกันระหว่างยุโนทซึ, โอคิโดมาริ และโอโมริ ที่เคยใช้ในการขนส่งแร่เงินในสมัยตระกูลโมริปกครองแถบนี้ หลังจากสมัยเอโดะเป็นต้นมาก็ยังใช้เป็นเส้นทางสำคัญในการขนส่งเครื่องใช้อุปโภคบริโภคจากยุโนทซึมายังโอโมริอยู่ ทางเดินหินหรือเมืองพักแรมในสมัยนั้น (นิชิทะ Nishita) ก็ยังหลงเหลือให้เห็นถึงวิถีชีวิตของสมัยนั้นอยู่

โทโมะงะอุระ (Tomo-ga-ura)

เป็นเมืองท่าที่กล่าวกันว่าใช้เป็นที่จัดขนแร่เงินขึ้นเรือในสมัยที่ตระกูลโออุจิปกครองแถบนี้อยู่ ปัจจุบันก็ยังใช้เป็นท่าเรือหาปลา ในตัวอาคาร `โทโมะกัง` ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของศูนย์มรดกโลก ที่อยู่ในหมู่บ้านตรงท่าเรือ จะมีข้อมูลเกี่ยวกับท้องถิ่นและความเป็นอยู่แถบนั้นแนะนำอยู่

เส้นทางโทโมะงะอุระ

เป็นเส้นทางที่ใช้ขนหินแร่จากโอโมริไปโทโมะงะอุระในสมัยตระกูลโออุจิปกครองแถบนี้ ช่วงที่เดินตัดผ่านเขตปราสาทยามะบุกิเก่าจากโอโมริ จะสามารถมองเห็นโรงถลุงแร่ที่สร้างในสมัยเมจิได้ด้วย